19 จำนวนผู้เข้าชม |
การเลือกประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปี 2568: การจัดกลุ่มตามราคาและเบี้ยประกัน
ในปี 2568 รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นในตลาด โดยรถยนต์ไฟฟ้ามีราคาหลากหลายระดับที่สามารถเลือกได้ตามงบประมาณของผู้ซื้อ ซึ่งราคาเหล่านี้ส่งผลต่อเบี้ยประกันภัย ค่าอะไหล่ ค่าซ่อม และเทคโนโลยีที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า การจัดกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าตามราคาไม่เพียงแต่ช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถคำนวณเบี้ยประกันได้อย่างแม่นยำเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบและเลือกประกันที่เหมาะสมกับตัวเองได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
การจัดกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าตามราคา
การแบ่งกลุ่มราคาของรถยนต์ไฟฟ้าช่วยให้ผู้ซื้อเข้าใจถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย โดยกลุ่มราคาของรถยนต์ไฟฟ้ามีดังนี้:
กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า
ช่วงราคา
ตัวอย่างรุ่นรถ
สรุป
กลุ่มที่ 1
มากกว่า 5,000,000 บาท
Porsche Taycan, BMW i7, Mercedes-Benz EQS
รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชัวรี ค่าซ่อมแพง เทคโนโลยีล้ำสมัย
กลุ่มที่ 2
3,000,000 – 5,000,000 บาท
Tesla Model S, BMW iX, Mercedes-Benz EQE
รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมเน้นสมรรถนะสูง
กลุ่มที่ 3
2,000,000 – 3,000,000 บาท
BMW i4, Lexus RZ, Kia EV9
รถยนต์ไฟฟ้าระดับกลาง-พรีเมียม มีสมรรถนะและระยะทางที่ไกลขึ้น
กลุ่มที่ 4
1,000,000 – 2,000,000 บาท
BYD Seal, Tesla Model Y, Hyundai IONIQ 5
รถยนต์ไฟฟ้าระดับกลางถึงบน เริ่มเข้าถึงได้มากขึ้น
กลุ่มที่ 5
ไม่เกิน 1,000,000 บาท
BYD Dolphin, ORA Good Cat, MG4
รถยนต์ไฟฟ้าราคาเอื้อมถึง เหมาะสำหรับตลาดทั่วไป
หมายเหตุ: ราคาของรถยนต์ไฟฟ้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่างๆ เช่น สภาวะตลาด ช่วงเวลา หรือการนโยบายของผู้จำหน่าย ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนตัดสินใจซื้อ
ตัวอย่างเบี้ยประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ชั้น 1 ในแต่ละกลุ่ม
การกำหนดเบี้ยประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะแตกต่างกันไปตามราคาของรถ ดังนี้:
กลุ่มที่ 1: ราคามากกว่า 5,000,000 บาท
เบี้ยประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1: ประมาณ 50,XXX ขึ้นไปต่อปี
ตัวอย่างรุ่นรถ: Porsche Taycan, BMW i7, Mercedes-Benz EQS
กลุ่มที่ 2: ราคา 3,000,000 – 5,000,000 บาท
เบี้ยประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1: ประมาณ 40,XXX ขึ้นไปต่อปี
ตัวอย่างรุ่นรถ: Tesla Model S, BMW iX, Mercedes-Benz EQE
กลุ่มที่ 3: ราคา 2,000,000 – 3,000,000 บาท
เบี้ยประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1: ประมาณ 30,XXX ขึ้นไปต่อปี
ตัวอย่างรุ่นรถ: BMW i4, Lexus RZ, Kia EV9
กลุ่มที่ 4: ราคา 1,000,000 – 2,000,000 บาท
เบี้ยประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1: ประมาณ 20,XXX ขึ้นไปต่อปี
ตัวอย่างรุ่นรถ: BYD Seal, Tesla Model Y, Hyundai IONIQ 5
กลุ่มที่ 5: ราคาไม่เกิน 1,000,000 บาท
เบี้ยประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1: ประมาณ 18,XXX ขึ้นไปต่อปี
ตัวอย่างรุ่นรถ: BYD Dolphin, ORA Good Cat, MG4
หมายเหตุ: เบี้ยประกันภัยที่ระบุเป็นการประมาณการ อาจแตกต่างกันไปตามบริษัทประกันภัย เงื่อนไขความคุ้มครอง และปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุผู้ขับขี่ ประวัติการขับขี่
ทำไมรถยนต์ไฟฟ้าต้องมีประกันภัย?
ปกป้องค่าใช้จ่ายกรณีเกิดอุบัติเหตุ: ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
คุ้มครองค่าอะไหล่และแบตเตอรี่: อะไหล่และแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้ามีราคาสูง และต้องการการดูแลที่พิเศษ
ลดภาระทางการเงินจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด: การทำประกันช่วยให้คุณมั่นใจในกรณีเกิดความเสียหาย
มั่นใจในการใช้รถที่เทคโนโลยีใหม่กว่า: รถยนต์ไฟฟ้ามักมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งอาจต้องการการประกันที่เฉพาะเจาะจง
สรุป
การเลือกประกันภัยที่เหมาะสมกับรถยนต์ไฟฟ้าของคุณในปี 2568 ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย ไม่เพียงแต่ราคาของรถ แต่ยังต้องคำนึงถึงความคุ้มครองที่ต้องการและงบประมาณของคุณ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าราคาสูง เบี้ยประกันอาจสูงตาม แต่ในทางกลับกัน หากเลือกรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาเหมาะสมกับงบประมาณของคุณ ก็สามารถเลือกประกันที่เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุดได้.
หากสนใจทำประกันรถยนต์ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 080-2956052 080-2951830 แอดไลน์: @srikrungmentor